แก้ไขน้ำตาลในเลือดสูง

แก้ไขน้ำตาลในเลือดสูง

แก้ไขน้ำตาลในเลือดสูง

การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด คือ เป้าหมายสำคัญของโรคเบาหวาน โดยเฉพาะน้องเบาหวานชนิดที่ 1 หลายครั้งที่น้องเบาหวานมีระดับน้ำตาลในเลือดสูง หรือภาวะ hyperglycemia  เราไม่ควรปล่อยให้ระดับน้ำตาลสูงนาน ซึ่งไม่เป็นผลดีกับร่างกายน้องเบาหวานในระยะยาว การที่มีระดับสูงอาจส่งผลต่อ หัวใจ ตา ระบบประสาทในวันข้างหน้า ควรรีบแก้ไขทันทีถ้าระดับน้ำตาลสูงเกิน 250 mg/dl  (สำหรับน้องเบาหวานที่ติด CGM ให้ใช้การเจาะปลายนิ้วเพื่อยืนยันน้ำตาลสูงเท่านั้น) มาดูสาเหตุของน้ำตาลสูงกันค่ะ

 

สาเหตุของระดับน้ำตาลสูง

สาเหตุของ Hyperglycemia หรือระดับน้ำตาลในเลือดสูงมีหลายสาเหตุแตกต่างกันไป
อาหาร อาหารอาจทำระดับน้ำตาลในเลือดสูงถ้าร่างกายได้รับอินซูลินไม่เพียงพอต่อความต้องการ โดยเฉพาะการนับคาร์โบไฮเดรตเป็นกรัมไม่ถูกต้อง หรือลืมฉีด bolus ก่อนมื้ออาหาร
เจ็บป่วยหรือติดเชื้อ การเจ็บป่วยหรือการติดเชื้อ (เช่น หวัด, ไข้หวัดใหญ่หรือไวรัสลงกระเพาะ) สามารถทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ ถ้าใครใช้ปั๊มให้เพิ่ม temporary basal ถ้าใครใช้เข็มปากกาหรือไซริงก์ให้ฉีดเก็บ
ความเครียด ความเครียดทางอารมณ์และร่างกายเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ระดับน้ำตาลสูง
ยาบางชนิด ยาบางชนิดส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือด ปรึกษาคุณหมอเพื่อตรวจสอบว่ายาที่ใช้อยู่มีผลต่อระดับน้ำตาลหรือไม่
อินซูลินเสื่อม อินซูลินเสื่อมอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูง สาเหตุเกิดจากการเก็บรักษาอินซูลินไม่ถูกวิธี เก็บไว้ในที่ร้อนจัด โดนแดด หรือแช่แข็ง ดูวิธีเก็บรักษาอินซูลินที่นี่
ไม่ได้รับอินซูลิน ร่างกายไม่ได้รับอินซูลินโดยเฉพาะคนที่ติดอินซูลินปั๊ม มักพบปัญหาเข็มหรือสาย พับ หัก งอ รั่ว ทำให้อินซูลินไม่เข้าร่างกาย เรื่องนี้สามารถเกิดขึ้นได้ ถ้าพบระดับน้ำตาลสูงโดยหาสาเหตุไม่ได้ ให้ตรวจสอบ infusion set ดูว่าปกติดีหรือไม่ โดยเฉพาะระดับน้ำตาลไม่ลดลงถึงแม้จะกดฉีด bolus ไปแล้ว

 

เมื่อระดับน้ำตาลในเลือดสูงเท่ากับ 250 mg/dl หรือมากกว่า

  • ตรวจคีโตน ดูว่ามีคีโตนหรือไม่
  • ถ้าไม่มีคีโตน ให้ออกกำลังกาย และดื่มน้ำบ่อย ๆ ชั่วโมงละ 200-300 ซีซี แล้วปัสสาวะ ทำซ้ำต่อไป 1-2 ครั้ง แล้วตรวจระดับน้ำตาลในเลือดอีกครั้ง ถ้าระดับน้ำตาลยังไม่ลงให้คำนวณฉีดเก็บ
  • ถ้ามีคีโตน ดื่มน้ำบ่อย ๆ ชั่วโมงละ 200-300 ซีซี แล้วปัสสาวะ ทำซ้ำต่อไป 1-2 ครั้ง งดออกกำลังกาย ถ้าระดับน้ำตาลยังไม่ลดให้ฉีดเก็บและตรวจคีโตนอีกครั้ง ถ้าระดับน้ำตาลยังไม่ลดและยังตรวจพบคีโตนให้พบแพทย์เพื่อขอคำแนะนำ
  • งดทานอาหาร High GI ให้ทานอาหาร Low GI เช่น ข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีต อาหารที่ไม่ผ่านกระบวนการ
  • ทานไฟเบอร์ให้มากขึ้น เช่น แอปเปิล ผักโขม เป็นต้น
  • ทำจิตใจให้ผ่อนคลาย ความเครียดมีผลต่อระดับน้ำตาล
  • ตรวจอินซูลิน วันหมดอายุ, ขวดยามีรอยร้าว, สีขุ่น, หัวเข็มตัน, วิธีเก็บรักษา ให้พิจารณาเปลี่ยนหลอดยาอินซูลิน

สำหรับน้องเบาหวานชนิดที่ 1 เป้าหมายน้ำตาลหลังอาหารสองชั่วโมงคือ 180 mg/dl ระดับน้ำตาลหลังอดอาหาร 8 ชั่วโมงหรือหลังตื่นนอนไม่ควรเกิน 130 mg/dl จำไว้ว่าเมื่อระดับน้ำตาลในร่างกายสูง ร่างกายจะขาดน้ำ ให้ดื่มน้ำมาก ๆ จนกว่าระดับน้ำตาลในเลือดจะลดลง ถ้าระดับน้ำตาลยังไม่ลด ให้พิจารณาเปลี่ยนหลอดยาอินซูลิน ซึ่งบางครั้งยาอาจเสียเพราะการเก็บรักษาที่ไม่ถูกต้อง สำหรับน้องที่ใช้ปั๊มให้เช็กดูสายหรือเข็มว่าพับ หัก งอ หรือไม่ บางครั้งอินซูลินอาจไม่เข้า ให้แก้ไขน้ำตาลสูงเบื้องต้นไปก่อน

อย่าลืมว่าการออกกำลังกายและนับคาร์บนั้นสำคัญ การนับคาร์บที่ถูกต้องช่วยให้ปริมาณอินซูลินที่สมดุล ในขณะที่อาหารหรือผลิตภัณฑ์บางชนิดทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูง และอย่าลืมวิธีการเก็บรักษาอินซูลินให้ถูกต้องเพื่อช่วยยืดอายุการใช้งาน

 

คำนวณอินซูลินสำหรับแก้ไขน้ำตาลสูงและคีโตน

ถ้าเราปล่อยให้ระดับน้ำตาลสูงนาน ๆ ย่อมส่งผลเสียต่อร่างกายในระยะยาว การแก้ไขน้ำตาลสูงนั้นไม่ยากอย่างที่คิด แต่ก่อนอื่นเราต้องทราบก่อนว่า Correction factor หรือ Insulin Sensitivity Factors (ISF) ของเราอยู่ที่เท่าไหร่ ถ้าไม่ทราบให้ถามคุณหมอดูค่ะ

correction factor หรือ Insulin Sensitivity Factors (ISF) คือ ความไวของร่างกายต่ออินซูลิน 1 ยูนิต ตัวอย่างเช่น correction factor 1: 200 นั่นหมายความว่าอินซูลิน 1 ยูนิตจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดของเราลดลง 200 mg/dL หรือ 200 จุด

สูตรคำนวณฉีดเก็บ

(current BG – target BG) ÷ correction factor = จำนวนอินซูลินยูนิต

สมมติว่า

  • correction factor ของเราคือ 1: 200 (ค่า correction factor ของใครของมันนะคะ)
  • current BG ระดับน้ำตาลตอนนี้คือ 500 mg/dl
  • target BG เป้าหมายระดับน้ำตาลที่ต้องการคือ 130 mg/dl

วิธีคิด

(Current BG 500 – 130 target BG) = 370

เมื่อนำระดับน้ำตาลในเลือดขณะนั้นลบด้วยเป้าหมายระดับน้ำตาลที่ต้องการ จะได้ 370

จากนั้นนำมาหารกับค่า correction factor ของเรา (ในที่นี้สมมติว่า correction factor คือ 1:200) จะได้ 370 ÷ 200 = 1.85 ยูนิต

ตัวเลข 1.85 คือจำนวนยูนิตที่สามารถทำให้ระดับน้ำตาลของเราลดลงจาก 500 mg/dl เหลือ 130 mg/dl

 

น้ำตาลสูงและมีคีโตน

หลังจากที่เราคำนวณปริมาณอินซูลินฉีดเก็บแล้ว ถ้าเราตรวจพบคีโตนก็สามารถแก้ไขได้เองที่บ้าน

 

ถ้ามีคีโตน 1+ หรือ 2+ ให้คูณ 1.5

ให้ใช้ปริมาณอินซูลินที่เราคำนวณได้จากตัวอย่างด้านบน x 1.5 = ปริมาณอินซูลินสำหรับฉีดเก็บและคีโตน

ถ้ามีคีโตน 3+ หรือ 4+ ให้คูณ 2

ให้ใช้ปริมาณอินซูลินที่เราคำนวณได้จากตัวอย่างด้านบน x 2 = ปริมาณอินซูลินสำหรับฉีดเก็บและคีโตน

 

ตัวอย่าง

สูตร (current BG – target BG) ÷ correction factor = จำนวนอินซูลินยูนิต x ปริมาณคีโตน = จำนวนอินซูลินสำหรับฉีดเก็บและแก้คีโตน

ตัวอย่างที่ 1 เราได้ปริมาณอินซูลินฉีดเก็บจากตัวอย่างด้านบน 1.85 ยูนิต ตรวจพบคีโตน 2+

1.85 x 1.5 = 2.7 ยูนิต สำหรับแก้น้ำตาลสูงและคีโตน

ตัวอย่างที่ 2 เราได้ปริมาณอินซูลินฉีดเก็บฉีดเก็บจากตัวอย่างด้านบน 1.85 ยูนิต ตรวจพบคีโตน 4+

1.85 x 2 = 3.7 ยูนิต สำหรับแก้น้ำตาลสูงและคีโตน

หลังจากฉีดเก็บ 1 ชั่วโมง ให้ตรวจระดับน้ำตาลในเลือดอีกครั้ง ถ้าน้ำตาลในเลือดยังสูง

ไม่ควรฉีดเก็บซ้ำ ห้ามฉีดเก็บถ้ายังไม่ครบ 4 ชั่วโมง เพื่อป้องกันภาวะน้ำตาลต่ำ

 

อ้างอิงจาก

  1. https://www.medtronicdiabetes.com/sites/default/files/library/download-library/workbooks/BasicsofInsulinPumpTherapy.pdf